วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560

เหตุแห่งความรัก ลำดับของเนื้อคู่







ลำดับของเนื้อคู่

เพราะเหตุที่แต่ละคนมีเนื้อคู่จำนวนมากมาย จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าแล้วใครกันเล่าที่สมควรจะได้อยู่เป็นคู่ครองกันมากที่สุด และจะมีวิธีการเลือกอย่างไร แม้จะมีเนื้อคู่จำนวนมากมาย แต่จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วมีความสุขที่สุด เมื่อพบหน้ากันแล้วไม่อาจตัดใจรักให้ขาดจากกันได้ บุคคลนี้คือเนื้อคู่ที่ได้อยู่ร่วมกันมามากที่สุดเป็นแสนเป็นล้านชาติ เป็นเนื้อคู่ลำดับที่ ๑ กฎแห่งกรรมจะจัดสรรการมีคู่ไว้ให้เราเรียบร้อย คือ หากเรามีเนื้อคู่เกิดมาพร้อมกัน ใจเราจะเป็นผู้เลือกเนื้อคู่ลำดับต้นเสมอ เมื่อเลือกแล้วคู่ลำดับอื่นเขาจะหลีกทางและไปหาคู่ของเขาต่อไป แต่กฎแห่งกรรมอีกเช่นกัน ที่บางชาติ กลับทำให้คู่ลำดับต้น ๆ ได้มาพบกันทีหลังหลังจากที่อีกฝ่ายได้เลือกคู่ครองไปแล้วซึ่งแม้จะได้พบกันทีหลัง แต่เพราะเป็นคู่ลำดับต้น จิตใจของทั้งคู่ก็จะร้อนรนทนไม่ไหว จึงต้องรักกันอีกครั้งซึ่งความรักครั้งนี้ต้องหัก ต้องบังคับฝืนใจกันอย่างเต็มกำลัง กล่าวกันว่าแม้พระภิกษุผู้มั่นคงในศีล เมื่อได้เจอเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ ยังทนไม่ได้ ต้องสึกหาลาเพศมาอยู่กับเนื้อคู่ของตนจนได้ เหตุที่เนื้อคู่ลำดับต้นมาเกิดในชาติภพเดียวกัน แต่กลับไม่สมกันนั้น มีเหตุเดียว คือ กรรมพลัดพรากได้มาส่งผลเป็นวิบากแก่ทั้งคู่อย่างร้ายแรง หากกรรมนั้นใกล้จะหมดผลเขาทั้งสองก็อาจได้เป็นคู่ครองกันในชาตินั้น แต่หากกรรมนั้นยังรุนแรงอยู่ทั้งสองก็ต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมนั้นให้หมด แล้วจึงจะได้มีวาสนาอยู่ร่วมกันในชาติต่อ ๆ ไป





เหตุที่อกหักผิดหวังในความรัก

นอกจากการผิดหวังจากเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ ซึ่งเกิดจากกรรมพลัดพรากแล้ว บางครั้งคนเราก็อาจต้องผิดหวังในความรัก โดยมีเหตุมาจากกรรมทั้งสิ้น คืออยู่กับคู่ครองไม่มีความสุข ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำหรือมีปัญหาให้ทุกข์ใจตลอด เหตุที่เป็นดังนี้ แสดงว่าคู่ครองนั้นไม่ใช่เนื้อคู่ลำดับที่ ๑-๕ เนื่องจากกรรมจากการเป็นคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรมส่งผลให้ไม่ได้พบเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ หรืออาจเป็นเพราะทั้งสองไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่ทั้งคู่เป็นศัตรูคู่อาฆาต ได้เคยผูกใจเจ็บกันมา ชาตินี้จึงต้องมาแก้แค้นกันเอง และแรงอาฆาตได้ผลักดันให้ทั้งสองมาอยู่ร่วมกัน และแก้แค้นกันเองตามแรงอาฆาตนั้น หรือบางคนรักเขาข้างเดียว อกหักบ่อยครั้ง โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจด้วยเลย เหตุนี้เกิดขึ้นเนื่องจากอดีตชาติเคยอาฆาตเขาไว้ แต่เขาไม่ได้อาฆาตตอบและไม่ได้ถือโกรธด้วย ชาตินี้จึงต้องทนทุกข์ทรมานเพราะเขาอยู่เพียงฝ่ายเดียว อย่างนี้ไม่ได้เป็นเนื้อคู่ เป็นเพียงคู่กรรมเท่านั้น



ทำอย่างไรจึงจะได้อยู่ร่วมกัน

เมื่อความรักหวานชื่น คู่ครองทั้งหลายย่อมต้องอยากเกิดมาเป็นเนื้อคู่กันอีก ซึ่งผลกรรมก็ได้จัดสรรการเกิดมาเป็นคู่ครองกันอีกตามที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่นอกจากการรอให้กรรมเป็นตัวจัดสรรแล้ว เรายังสามารถเลือกที่จะได้พบและอยู่เป็นคู่ครองกับเนื้อคู่ของเราได้ในอนาคต โดยการอธิษฐาน แต่แม้จะมีอธิษฐานร่วมกัน สุดท้ายการได้อยู่ร่วมกันก็ยังต้องขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรมอยู่ดี การอธิษฐานนั้นมีทั้งประโยชน์และโทษคือ ในด้านประโยชน์ ทำให้เนื้อคู่ทั้งสองมีโอกาสกลับมาเป็นคู่ครองกันในชาติต่อ ๆไป ได้ง่าย แต่ในแง่ของโทษ บางครั้งก็ทำให้การใช้ชีวิตไม่เป็นปกติสุข เช่น หากเนื้อคู่ที่อธิษฐานกันไว้ไม่ได้มาเกิด หรือมาเ กิดแล้วแต่ยังไม่ได้พบกัน ฝ่ายที่รออยู่จะไม่สามารถมีคู่ได้ จิตใจไม่รักใคร หรือแม้จะได้พบเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ แต่ก็มีเหตุให้ไม่สมหวังทุกครั้งไป เนื่องจากแรงอธิษฐานนั้นฉุดรั้งไว้ หรือบางครั้งจิตใจมีสังหรณ์อยู่เสมอว่ารอคอยใครอยู่ ทั้งที่ไม่รู้ว่ารอคอยใคร



การแก้ปัญหาเรื่องอธิษฐาน

หากแน่ใจว่าเนื้อคู่ที่อธิษฐานกันไว้คงไม่ได้พบเจอกันแน่แล้ว หรืออยากจะปล่อยวางเพื่อมีโอกาสได้ตัดสินใจกับเนื้อคู่ลำดับอื่น สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงอธิษฐานขออนุญาตเนื้อคู่ว่า ขอละคำอธิษฐานนั้น ขอให้ชีวิตได้พบเนื้อคู่ที่สมกัน และได้ใช้ชีวิตคู่อย่างปกติและมีความสุข







คู่ธรรม

คือคู่ที่ตั้งจิตอธิษฐาน ที่จะปฏิบัติธรรมร่วมกันเกื้อกูลแก่กัน

ซึ่งบางชาติอาจเกิดมาเป็นเพื่อนกัน บางชาติอาจเป็นพี่น้องกันบางชาติอาจเป็นพ่อแม่ลูกกัน

บางชาติอาจเป็นอาจารย์กับศิษย์บางชาติอาจเป็นสามีภรรยากันถ้าเป็นสามีภรรยากันก็จะมีความเป็น

กันเองเสมือนเพื่อนมากกว่าจะเป็นสามีภรรยาทั่วไป

และบางคู่แต่งงานกันแล้วก็ไม่เสพกามกันเลยอยู่กันเป็นเพื่อนปฏิบัติธรรมกันไป

ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สะอาดคู่ประเภทนี้จะสนิทใจและไว้วางใจซึ่งกันและกันมาก

ไม่ทำร้ายทำลายหรือเรียกร้องอะไรจากกันมีแต่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน



คู่บารมี

คือคู่ที่อธิษฐานจะบำเพ็ญบารมีร่วมกันเผชิญสุขเผชิญทุกข์ด้วยกัน

คอยประคับประคองปรองดองกันให้ถึงเป้าหมายสูงสุดอันแสนไกล

คู่บารมีจะมีลักษณะเป็นเพื่อนแท้ที่ยอมตายให้แก่กันและกันได้มีความเสียสละสูง มีความถาวร

จะพบกันเกือบทุกชาติไป บางชาติก็อาจได้อยู่ด้วยกันบางชาติก็อาจมีปัญหาไม่ได้อยู่ด้วยกันตามแต่กรรม

แต่ก็จะเกื้อกูลกันทุกชาติไปคู่ประเภทนี้จะมีความผูกพันกันล้ำลึกเข้าใจกันได้ดี

ความรักของคู่ประเภทนี้จะสะอาด จริงใจ เชื่อถือได้แต่ก็มีปัญหาเล็กๆน้อยๆบ้าง

ตามประสาคนที่จิตยังไม่บริสุทธิ์

ด้วยพระคุณแห่งการสื่อความหมายเพื่อความเข้าใจที่ดีงามแห่งการดำรง





--ขอให้ทุกคน สุขใจกับการรับความรัก และสุขใจกับการให้ความรัก แม้ว่าจะไม่ได้อะไรตอบแทนก็ตาม รักเหมือนที่พ่อแม่รักเรา โดยไม่ได้หวังอะไรจากเราเลยนอกจาก ให้เราเป็นคนดี เท่านั้นเอง.....

วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560

เสียจริต……..จิตตกอย่างแรง

วันนี้คอตกอาการห่อเหี่ยวในจิตใจมาก
แบบที่เรียกว่า เสียself  ประมาณนั้นแหละ
นั่งลุ้นกับงานตั้งแต่เช้า ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่

แถมมาปวดใจกับคนรัก ที่อ่าน line 😂
แล้วไม่ยอมตอบอะไรกลับมาบ้าง😂
บอกตรงๆ เป็นห่วงความรู้สึกส่วนหนึ่งไม่รู้เป็นไรรึเปล่า🐺🐺🐺
กลัวว่าการ Line ไปของฉันไปสร้างความรำคาญให้ส่วนหนึ่ง🐱🐱🐱


เหตุเพราะ อยาก Clear งานให้จบจะได้มีเวลาให้กัน
เวลาที่จะหยุดนิ่ง เพื่อรอเค้าคนนั้นของใจ

โอ้ว ประเทศชาติ ของที่มันสั่งทำมาโดยเฉพาะ นำมาโดยเฉพาะ
ทุกอย่างมันเหมาะเจาะลงตัวแท้ งานก็เครียด ความรักก็น่าปวดหัว

เครียดลงกระเพาะเลยทีเดียว 🏴🏳🏴
เครียดจ๊ะ😂


อยากบอกคุณคนนั้นของใจ
ว่าฉันไม่เคยที่จะใส่ใจจะรายงานใคร
ไปไหน ทำอะไร มากมายขนาดนี้
คำว่า "เมื่อวานเงียบเหมือนกันนะ" มันทำให้ฉันเสียจริตอย่างแรง

พยายามทำแล้วนะ 🤔🤔🤔
แต่คงทำได้แค่นี้ ทำต่อไปจากนี้ คงไม่ไหว.....จิตตก
เพราะนั้นมันไม่ใช่ตัวตนฉัน🤔🤔🤔


เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากรู้ ต้องการรู้ ก็ถามมาแล้วกัน คนอย่างฉันยินดีที่จะตอบคำถามคุณ

ครึ่งทางนะ 😘
เว้นว่าง--- ระยะห่าง--- ระหว่างเราไว้-- จะได้ไม่ต้องมีใครเจ็บ📣
---- ใครเสียใจ----เพราะความรักอีก---📣

วางตัวอย่างไรให้ชายหนุ่มคิดถึงคุณมากขึ้น

ผู้หญิงแม้จะเจอชายหนุ่มที่ถูกใจแค่ไหน ก็ต้องไว้ท่าทีเสียบ้าง เรียกว่าต้องรู้จักวางตัว อย่าไปยอมเขาเสียง่าย ๆ ผู้ชายนั้นชอบนักเรื่องการแข่งขัน อะไรที่ได้มาครอบครองง่าย ๆ ก็มักจะไม่ค่อยเห็นค่า แต่อะไรที่ต้องใช้ความพยายามให้ได้มานี่สิ เป็นเรื่องท้าทายพวกเขานักแหละ แล้วผู้หญิงควรจะวางตัวอย่างไรให้ดูดีและน่าสนใจในสายตาผู้ชาย ตั้งแต่แรกพบจนถึงแต่งงาน เอ้า...แล้วต้องวางตัวอย่างไรบ้างล่ะ อยากรู้ไปดูกันเลย


1. เว้นระยะห่าง

พยายามอย่าเข้าไปหาเขาอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเราลองไม่คุยกับเขาสักพักหนึ่ง แล้วไปทำเรื่องส่วนตัวของเราเองบ้าง เขาต้องรู้สึกแน่ว่าเราหายไป ถึงเราจะคิดถึงเขา ก็ต้องปล่อยให้เขาเข้ามาหาก่อน แล้วเราจะดูมีความสำคัญมากขึ้น ก็เพราะเขาต้องการมาเจอเราจริงๆ ดีกว่าไปหาแล้วเขาไม่อยากเจอ


2. อย่าตอบข้อความเขาทันที

หากสาวคนไหนเป็นประเภทติดโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา และมักจะตอบเร็วเสมอ มันจะทำให้ดูเหมือนเราตั้งตารอข้อความจากเขามากเกินไป ใจเย็นๆ รอเวลาสักนิดนึงก่อนจะตอบกลับ ถ้ามันไม่จำเป็นมากนัก เชื่อสิ เขาลุ้นรอคำตอบเราอยู่แน่ๆ



3. ทำให้เขาโทรหา

 วิธีหนึ่งที่จะทำให้เขาคิดถึงเราก็คือ ให้เขาโทรหาเรานั่นแหละ ปกติอาจเป็นเราที่คอยโทรหาเขาตลอดใช่ไหมล่ะ? บางทีเราอาจรู้สึกว่าส่วนมากจะเป็นเราที่คอยโทรหาหรือส่งข้อความไปให้ ไม่ต้องทำแล้ว ปล่อยให้เขาโทรมา แล้วเขาจะคิดถึงเราเอง


4. วางสายก่อน

เคยคุยโทรศัพท์นาน ๆ จนเกิดช่วงเวลาเดดแอร์บ้างมั๊ยล่ะ ก่อนจะถึงช่วงเวลานั้นชิงวางสายไปเสียก่อน เช่น อาจบอกว่าต้องรีบไปทำธุระ เป็นต้น เชื่อเถอะว่าวิธีนี้จะทำให้เขาอยากรู้จักคุณมากขึ้น และแทบจะอดใจไม่ไหวเลยล่ะที่จะโทรถามคุณว่า เสร็จธุระหรือยัง

 5. ทำเซอร์ไพร์ส

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักชอบการถูกเซอร์ไพร์สจากคนรัก จะดีกว่ามั๊ยหากคุณลงมือทำเซอร์ไพร์สเขาบ้าง แต่ต้องแน่ใจว่าเป็นเรื่องที่เขาชอบจริง ๆ รับรองว่างานนี้หนุ่ม ๆ คงฝันถึงคุณไปอีกนาน พร้อมจดจำโมเม้นท์ดี ๆ ที่คุณทำเพื่อเขา แบบนี้ไม่คิดถึงยังไงไหวล่ะเนอะ


6. ทำให้เขายิ้มได้เมื่ออยู่ด้วยกัน

ในช่วงเวลาที่ได้เจอกันอย่ามัวแต่เก๊กหน้าขรึมแบบเข้าถึงยาก แต่ควรทำตัวตามสบายและเป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญไม่ต้องห่วงสวยไปทุกวินาทีหรอก รู้อะไรมั๊ย ความเป็นธรรมชาติและรอยยิ้มอย่างจริงใจน่ะ มัดใจผู้ชายได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์ขันด้วยแล้วละก็ ได้ใจเขาไปแบบเต็ม ๆ เลยล่ะ



7. อย่าอยู่ก่อนแต่ง รออีกสักนิดจนถึงเวลาที่ถูกที่ควร ระหว่างนั้นฝ่ายชายก็จะไม่รู้สึกว่าคุณเป็น "ของตาย" แต่เป็นสิ่งที่ต้องถนอมและอาจสูญเสียคุณไปได้ในทุกนาที



8. เป็นทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับ

แม้จะมีทีท่าหวงเนื้อหวงตัวหรือไม่ยอมเขาบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้เขารู้ว่าคุณน่ะคุยกับเขาแค่คนเดียว ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะสับสนและคิดว่าคุณไม่สนใจจนถอยห่างก็ได้ ดังนั้นถ้าเห็นว่าเขาเงียบ ๆ ไปก็ลองส่งข้อความไปเซย์กู๊ดไนท์บ้างก็ได้ แต่อย่าบ่อยนัก เพราะบางทีผู้ชายอาจจะแค่หยั่งเชิงเราเท่านั้น


9. ไม่ต้องตอบรับทุกเดท

ใช่ว่าเขาชวนไปไหนแล้วจะตอบตกลงไปกับเขาทุกครั้ง เว้นระยะให้เขาคิดถึงคุณบ้าง บอกว่าติดธุระหรือไม่ว่างบ้าง แม้ว่าคุณเองอาจจะว่างตลอดก็เถอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขาชอบนัดกับคุณแบบให้ตอบตกลงทันทีละก็ ควรปฏิเสธไปบ้าง เพราะการตอบรับทุกครั้งที่เขาชวนอาจทำให้เสน่ห์และความน่าสนใจในตัวคุณลดลงไป

ผู้หญิงเองก็เป็นฝ่ายเดินเกม และเป็นฝ่ายเลือกอยู่ในที เพียงรู้จักวางตัว รู้กาลเทศะที่เหมาะสม เท่านี้ก็ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาสำหรับคุณผู้ชาย แล้วอย่าลืมนำทริกที่แนะนำไปปรับใช้กันนะคะ

30 สิ่งที่คุณควรเริ่มทำให้กับตัวเองได้แล้วตั้งแต่วันนี้

1. เริ่มใช้เวลากับคนที่ใช่

การอยู่กับคนที่ใช่ คนที่คุณควรแคร์ และคนที่แคร์คุณคือช่องเวลาที่สุดจะมีค่าของชีวิตคุณ พวกเขาคือกลุ่มคนที่ทำให้คุณรู้สึกถึงคุณค่าของการมีคนสำคัญอยู่ข้างๆ พวกเขามอบความรักและมิตรภาพที่แท้จริงให้กับคุณ มองหาพวกเขาให้เจอว่าคือใคร พวกเขาคือคนที่อยู่กับคนในยามยากลำบาก เขาคือคนที่ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็นเช่นเดียวกับสิ่งที่คุณอยากจะเป็นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ หาคนเหล่านั้นให้เจอครับ

2. เริ่มเผชิญหน้ากับปัญหาของคุณ

ปัญหาต่างๆ ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกความเป็นตัวคุณ แต่วิธีการที่คุณจัดการกับปัญหาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันคือสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคุณต่างหาก เช่นเดียวกัน ปัญหาจะไม่มีวันหายไปถ้าคุณไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง เริ่มลงมือแก้ปัญหา แม้ว่ามันจะทีละเล็กทีละน้อย แต่มันก็คือก้าวที่ทำให้คุณเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่นิ่งๆ อีกต่อไป

3. เริ่มซื่อสัตย์กับตัวเองในทุกๆ เรื่อง

คุณรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าอะไรดีไม่ดี และอะไรที่ต้องถูกปรับเปลี่ยนแต่เพราะที่ผ่านมาคุณไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองเลยไม่ได้ลงมือทำอะไร มันจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณต้องเริ่มซื่อสัตย์กับตัวเองว่าคุณคือใคร ต้องการอะไร และต้องทำอะไร คนที่จะรับผิดชอบตัวคุณก็คือตัวคุณเอง และคุณคือคนที่จะออกแบบตัวคุณเอง ออกแบบมันอย่างซื่อสัตย์ที่สุด จริงใจกับมันที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่ตัวคุณคาดหวังจะได้จากคุณเช่นกัน

4. เริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขให้ตัวเอง

ความต้องการของคุณมันเป็นสิ่งสำคัญเสมอเช่นเดียวกับคุณค่าของตัวคุณ ถ้าคุณยังไม่ให้คุณค่ากับตัวคุณเองแล้วใครจะมาให้แทนได้อีก? จงจำไว้ว่าคุณสามารถหาทางให้ความสุขกับตัวคุณเองในขณะที่ยังสามารถแคร์คนรอบข้างคุณได้ ไม่ใช่เอาแต่แคร์คนอื่นจนไม่ให้ความสุขตัวเอง

5. เริ่มเป็นตัวของคุณเอง อย่างจริงใจ และภูมิใจ

อะไรจะดีไปกว่าการที่คุณรู้สึกดีกับตัวคุณเอง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะไหน มีพื้นฐานอย่างไร คุณก็มีดีมากพอที่จะยินดีกับตัวคุณเอง (อย่างน้อยคุณก็ยังมีชีวิตอยู่แหละนา) อย่าไปพยายามเป็นคนอื่นหรือคนที่คุณไม่ได้เป็นเพราะนั่นคือการดูถูกตัวคุณเองอย่างไม่จำเป็นเลย จงเป็นสิ่งที่ตัวคุณเองเป็น ในแบบที่ดีที่สุด แบบที่คุณภูมิใจกับมันที่สุด

6. เริ่มสังเกตและใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน

การอยู่กับปัจจุบันคือเคล็ดลับการมีความสุข ถ้าคุณมัวแต่คิดเรื่องอดีต คุณก็จะไม่ไปไหน ถ้าคุณกังวลแต่เรื่องอนาคต คุณก็จะลืมมองปัจจุบันไป อย่าลืมว่าทุกอย่างเริ่มต้นจาก “วันนี้” ไม่ใช่ “เมื่อวาน” หรือ “พรุ่งนี้”

7. เริ่มให้คุณค่ากับความผิดพลาดที่สอนคุณ

ทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่จะทำให้คุณโตขึ้น มันจึงควรค่าที่จะถูกมองและให้ความสำคัญมากกว่าจะมองข้ามมันไป ความผิดพลาดมันเหมือนขั้นตอนไปสู่ความสำเร็จ ให้ความสำคัญและเรียนรู้มันไปกับย่างก้าวของชีวิตคุณ เพื่อให้คุณไปสู่วันใหม่ที่ดีกว่าเดิมสิครับ

8. เริ่มสุภาพกับตัวเอง

จะมีประโยชน์อะไรถ้าคุณเอาแต่ด่าตัวเองด้วยคำหยาบ  เราต่างรู้ดีกันว่าการใช้คำหยาบมันมีแต่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่เท่านั้น ฉะนั้นแล้ว คุณไม่ควรจะทำร้ายคนที่คุณควรรักมากที่สุด (ก็ตัวคุณเองนั่นแหละ) ด้วยคำพูดแบบนั้นเลย

9. เริ่มมีความสุขกับสิ่งที่คุณมี

อย่าเพิ่งไปคิดถึงสิ่งที่คุณยังไม่มี หรือคาดคิดว่าจะมี เพราะมันยังมาไม่ถึง และนั่นกลายเป็นปัญหาอย่างมากของคนหลายคนคือคิดว่าจะมีความสุขได้ต่อเมื่อต้องมีอย่างนั้นมีอย่างนี้ คุณต้องไม่ลืมว่าของที่คุณมีอยู่ทุกวันนี้ก็เพียงพอจะสร้างความสุขให้คุณได้อยู่แล้ว (และเอาจริงๆ คุณก็เคยมีความสุขกับมันมาแล้ว) ยิ้มให้กับมันหน่อยสิครับ

10. เริ่มสร้างความสุขของคุณเอง

คนบางคนมักไปรอมีความสุขกับความสุขของคนอื่น และยิ่งถ้าคุณรอ มันก็ยิ่งเหมือนเอาชีวิตของคุณไปฝากไว้กับคนอื่นซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จเมื่อไร แล้วทำไมคุณไม่สร้างความสุขของตัวคุณเองด้วยตัวคุณเองล่ะ? หาความสุขในแบบของคุณเองที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองเสียดีกว่า ความสุขนั้นมักจะปรากฏเมื่อคุณพยายามจะค้นหามันและเอาจริงๆ คุณก็จะเจอมันในชีวิตของคุณอยู่แล้วล่ะ

11. เริ่มให้โอกาสกับไอเดียหรือความฝันของคุณ

ไอเดียของคุณอาจจะไม่ใช่ไอเดียใหม่ ความฝันของคุณอาจจะซ้ำกับคนอื่นบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีโอกาสได้ทำให้เป็นจริง ไอเดียของคุณควรค่าจะได้ทดลอง ได้ทดสอบ ความฝันของคุณควรค่าจะได้ตามหา ต่อให้มันไม่เวิร์คก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็ให้มันได้มี “ชีวิต” กับเขาบ้างเสียดีกว่าให้มันไม่ได้เกิดขึ้นเลยสักนิด

12. เริ่มเชื่อเสียทีว่าคุณพร้อมสำหรับก้าวต่อไป

บอกตัวเองได้เลยว่าคุณพร้อมอยู่แล้ว คุณมีทุกอย่างที่พร้อมจะทำให้คุณก้าวไปเพียงแต่ก้าวนั้นอาจจะสั้นหรือจะยาวแค่นั้น ถ้าโอกาสมาถึงคุณ คุณก็ควรจะคว้ามันไว้ (เหอะ) เพราะคุณมีดีพอจะคว้าโอกาสไว้แล้ว

13. เริ่มมีความสัมพันธ์ใหม่ด้วยเหตุผลที่ดีพอ

คนรอบข้างคุณคืออีกด้านหนึ่งของการแสดงว่าคุณเป็นคนยังไง ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่แค่คู่รักอย่างเดียว แต่หมายถึงเพื่อนๆ และคนสำคัญรอบตัวคุณด้วย กลุ่มเพื่อนคือสัญลักษณ์ที่บอกว่าคุณเป็นคนยังไง ฉะนั้นแล้วพิจารณาพวกเขาให้ดีโดยเฉพาะสิ่งที่พวกเขากระทำ เพราะนั่นคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนของพวกเขานั่นเอง

14. เริ่มให้โอกาสกับคนที่คุณรู้จักใหม่ๆ

ฟังอาจจะดูแปลกๆ แต่คนที่คุณเพิ่งรู้จักใหม่อาจจะกลายเป็นเพื่อนสนิทที่ดีกว่าเพื่อนคนก่อนของคุณก็ได้ คุณต้องกล้าที่จะให้พวกเขาได้เข้ามาในชีวิตของคุณ ค้นหาว่าเขาเข้ากับคุณได้ดีแค่ไหน จริงอยู่ว่าการรู้จักกับคนใหม่ๆ อาจจะเป็นเรื่องน่ากังวลอยู่บ้าง แต่มันก็อาจจะทำให้คุณเจอคนที่ “ใช่” ได้เช่นกัน

15. เริ่มแข่งกับตัวเองแบบวันก่อนๆ

มันคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ถ้าคุณจะเป็นแบบเดิมตลอดไป คุณต้องเริ่มมองหาว่าคุณจะดีขึ้นจากเดิมได้อย่างไร อะไรคือสิ่งที่คุณจะได้ให้ได้มากกว่าเดิม ดีกว่าเดิม อย่าเพิ่งไปแข่งกับคนอื่น (และเอาจริงๆ คือไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่นหรอกครับ) แต่โฟกัสที่จะแข่งกับตัวเอง ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

16. เริ่มเชียร์คนอื่น

การร่วมเชียร์และลุ้นไปกับคนอื่นคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้คุณเห็นคุณค่าบางอย่างนอกเหนือจากของตัวเอง คุณต้องกล้าที่จะบอกว่าคุณชื่นชมคนอื่นเรื่องไหน เริ่มชื่นชมในสิ่งที่คนอื่นเป็นและร่วมเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา ยินดีไปกับเขา มันคือก้าวสำคัญที่ทำให้คุณได้เห็นความงามอื่นๆ ที่มีอยู่มากมายรอบตัวคุณ

17. เริ่มมองหาความหวังแม้ในยามยาก

คนเราต้องเจอปัญหาและหลายๆ ครั้งทำเอาเราทรุดจนแทบไม่อยากลุกขึ้นมา อย่าเพิ่งไปยอมแพ้มันแต่มองหาความหวังที่แม้จะน้อยนิดแต่ก็ดีเสียกว่าไม่มีอะไรเลย แม้แสงสว่างจะมีน้อยนิดในความมืดแต่นั่นก็ทำให้มันไม่มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไร อย่าลืมบอกตัวเองว่าทุกครั้งที่ยากลำบากจะทำให้คุณแกร่งขึ้น ความหวังนี้จะทำให้คุณไปถึงสิ่งที่ดีกว่าในวันข้างหน้าสักวัน

18. เริ่มให้อภัยตัวคุณเองและคนอื่นๆ

การถือโทษโกรธอาฆาตจะนำไปสู่อะไรได้นอกจากพันธนาการที่ทำให้เราจมดิ่งอยู่กับอารมณ์และความเจ็บปวด ปลดปล่อยมันออกด้วยการบอกให้อภัยโดยเฉพาะกับตัวคุณเองนั่นแหละ แล้วเผื่อแผ่ไปยังคนอื่นๆ ด้วย การให้อภัยไม่ใช่แปลว่าคุณลืมเรื่องที่เกิดขึ้นหรือเหมือนมันไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่มันคือการที่คุณยอมรับและปล่อยให้มันเป็นอดีตแทนที่จะให้ตามมาหลอนในปัจจุบัน

19. เริ่มช่วยเหลือคนรอบข้างคุณ

ยิ่งคุณช่วยคนอื่นมากเท่าไร คนอื่นจะช่วยคุณกลับมากขึ้น (ในอนาคต) ความรักและน้ำใจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราชื่นใจกับการมีชีวิตและคุณไม่มีทางได้มันมาหากคุณยังไม่เริ่มจะมอบให้คนอื่น

20. เริ่มฟังเสียงลึกๆ ของตัวคุณเอง

หลายๆ ครั้งคุณต้องกล้าฟังเสียงลึกๆ ของตัวคุณเอง เพราะนั่นคือความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ ให้โอกาสมัน ซื่อสัตย์กับมัน และกล้าให้มันเป็นเสียงของคุณในวันนี้

21. เริ่มใส่ใจกับความเครียดของคุณและหยุดพักเสียบ้าง

การให้โอกาสตัวคุณเองได้หยุดพัก ได้ตั้งสติ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การพยายามเค้นตัวเองมากเกินไปก็จะทำร้ายตัวคุณเองแทนที่จะผลักดันคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่ามันตึงเกินไป มันเข้มเกินไป ก็พักเสียงบ้างดีกว่า

22. เริ่มใส่ใจกับความงามเล็กๆ น้อย

แทนที่จะรออะไรยิ่งใหญ่มาสร้างความประทับใจ ลองมองอะไรที่งดงามรอบตัวคุณที่แม้จะไม่ใช่อะไรที่ใหญ่โตแต่มันก็มีคุณค่า รอยยิ้มจากคนรอบข้าง น้ำใจของคนที่ผ่านไปผ่านมา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มันทำให้คุณรู้สึกว่าโลกนี้ยังมีอะไรดีๆ อีกเยอะให้คุณค้นหา ความสุขมันอยู่รอบตัวคุณโดยที่คุณไม่ต้องทนรออะไรใหม่ๆ เสมอไป และบางทีมันก็ทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปได้ทันทีเลยด้วยซ้ำ

23. เริ่มก้าวไปสู่เป้าหมายที่คุณวางไว้ในทุกๆ วัน

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง คุณรู้ดีว่าเป้าหมายของคุณคืออะไรและคุณจะไปไม่ถึงถ้าคุณไม่ก้าวไปหามัน วางแผนให้ดีและลงมือทำในทุกๆ วัน จะเล็กจะน้อยก็ให้มันขับเคลื่อนไป ฉะนั้นเริ่มทำอะไรเสียแต่วันนี้ แล้ววันหนึ่งคุณก็จะไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน

24. เริ่มยอมรับสิ่งต่างๆ แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม

จำไว้ว่า “สมบูรณ์แบบ” เป็นศัตรูกับ “ดี” เพราะมันทำให้หลายๆ ครั้งคุณไม่พอใจกับสิ่งที่ดีและมีอยู่แล้ว  จริงอยู่ว่าคุณอาจจะมีความทะเยอทะยานและภาพฝันที่อยากให้เป็น แต่ในหลายๆ ครั้งคุณก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ได้มาแม้ว่ามันจะไม่ได้เพอร์เฟคแต่มันก็ “ดี” อยู่แหละ และแม้ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้คะแนนเต็ม 100 แต่คุณค่าของมันอาจจะไม่ใช่แค่ผลลัพธ์แต่ยังมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทางอีกมากมายด้วย

25. เริ่มเปิดเผยกับความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ

ถ้าคุณเจ็บปวด ก็บอกว่าคุณเจ็บปวด มันไม่มีใครสร้างอนุเสาวรีย์ให้คุณที่มัวแต่เก็บความรู้สึกเอาไว้หรอก ในทางตรงกันข้าม การเผยความรู้สึกของคุณออกมาจะทำให้คนรอบข้างของคุณได้เข้าใจตัวคุณมากขึ้น และทำให้คุณได้หาทางอยู่ร่วมกับคนอื่นได้มากขึ้นแทนที่จะต้องพยายามอดทนและฝืนแบกความทุกข์เอาไว้

26. เริ่มรับผิดชอบกับชีวิตตัวเอง

อย่าเอาชีวิตคุณไปฝากไว้กับคนอื่น คุณคือเจ้าของชีวิตคุณเอง เริ่มให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับมันเพราะคุณคือคนที่จะต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิต (และเป็นคนสุดท้ายด้วย) รับผิดชอบในตัวเองคือสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำ อย่าโยนความรับผิดชอบให้คนอื่นเพราะเขาไม่ได้มานั่งรับผิดชอบอะไรกับชีวิตของคุณหรอก มีแต่คุณเองเท่านั้นที่จะกำหนดว่าชีวิตของคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป

27. เริ่มจะจริงจังกับความสัมพันธ์ของคุณ

การจริงจังกับความสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าให้กับชีวิตคุณเอง เผชิญหน้ากับคู่ของคุณแล้วบอกเขาว่าเขาสำคัญอย่างไรกับคุณ คุณไม่สามารถเป็นทุกๆ อย่างให้กับทุกๆ คน แต่คุณสามารถเป็นทุกๆ อย่างให้กับคน “บางคน” ได้ และคุณต้องเลือก (เสียที) ว่าพวกเขาคือใคร

28. เริ่มสนใจกับสิ่งที่คุณควบคุมได้

คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ แต่อย่างน้อยคุณก็มีสิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้ และนั่นคือสิ่งที่คุณควรเอาสติและสมาธิมาจดจ่อกับมัน อย่าไปเสียเวลากับสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้แต่ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดกับสิ่งที่คุณสามารถ “ทำได้”

29. เริ่มทัศนคติในเรื่องความเป็นไปได้และการคิดบวก

บอกตัวเองว่า “มันเป็นไปได้” คือพื้นฐานที่สำคัญของการทำให้คุณกล้าจะก้าวเดินต่อไป กล้าจะรับโอกาสใหม่ๆ การคิดบวกคืออาวุธที่จะเอาชนะทัศนคติแง่ลบที่บั่นทอนชีวิตและความรู้สึกของคุณ ลองพูดคุยกับตัวคุณเอง เมื่อไรที่คุณรู้สึกแง่ลบขึ้นมา เปลี่ยนมันเป็นการคิดบวก ลงมือทำในสิ่งที่คุณเชื่อ ลงมือในสิ่งที่คุณต้องการให้มันเกิดขึ้น ทุกอย่างมันมีสองด้านอยู่แล้ว มันอยู่ที่ว่าคุณจะเลือกสนใจกับฝั่งไหนมากกว่ากัน

30. เริ่มสังเกตว่าคุณ “สมบูรณ์ดี” แค่ไหนแล้วตอนนี้

คุณดีแค่ไหนแล้วที่มีข้าวกิน คุณดีแค่ไหนแล้วที่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน คุณดีแค่ไหนแล้วที่มีน้ำให้อาบ มีบ้านให้อยู่ มีไฟให้ใช้ มียารักษาโรค มีน้ำสะอาดให้ดื่ม ฯลฯ คุณมีความสมบูรณ์มากมายที่คุณอาจจะเคยมองไม่เห็น ลองมองดูดีๆ คุณจะเห็นว่าชีวิตคุณดีแค่ไหนแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

จริต 6 โมเดล "อริยสัตว์ 4"

เรื่องของจริตทั้ง 6 ริ่มจากจับคู่กับเรื่องของอริยสัตว์ 4 ที่เหลือคือ สูง ต่ำ

"กระทิง" 
ป็นตัวแทนของสัตว์ทิศเหนือ บุคลิกประจำตัว "ใฝ่สำเร็จ" ตรงไปตรงมา ลุย มุ่งมั่น กัดไม่ปล่อย คิดเร็วทำเร็ว ทำก่อนคิด โกรธง่ายหายเร็ว

"หนู" 
เป็นตัวแทนของสัตว์ทิศใต้ บุคลิก "ใฝ่สัมพันธ์" สนองความต้องการของผู้อื่น ประนีประนอม ชอบทำอะไรเป็นหมู่คณะ มีความรัก มีความละเอียดอ่อน เด่นเรื่องสัมพันธภาพ ยืดหยุ่น

"หมี" 
เป็นตัวแทนของสัตว์ทิศตะวันตก บุคลิก "มองลึก" มองเป็นระบบ มีระเบียบขั้นตอน วิเคราะห์เจาะลึก หลักการต้อง
มาก่อน ไม่ประนีประนอม มีเหตุผลรอบคอบ เป็นคนละเอียดถี่ถ้วน เน้นวินัย

"อินทรี
เป็นตัวแทนของสัตว์ทิศตะวันออกบุคลิกคือ "มองกว้าง" มีจินตนาการ มองการณ์ไกล มีตาที่ 3 มีวิสัยทัศน์และสร้างสรรค์ เชื่อมโยงเก่ง มองภาพใหญ่ ชอบความคิดใหม่ ๆ และคิดก่อนทำ เบื่อง่าย


การจัดว่าสัตว์ 4 ประเภทเป็นตัวแทนสัตว์ทิศไหน ทำให้เราจับคู่ได้ง่าย นั่นคือทิศเหนือ-ใต้ "กระทิง vs หนู" คนที่ใฝ่สำเร็จจะอยู่ขั้วตรงข้ามกับคนที่ใฝ่สัมพันธ์

ดังนั้น อีกขั้วหนึ่งของบุคลิกภาพมนุษย์จึงเป็นทิศตะวันตก-ทิศตะวันออก "หมี vs อินทรี" หรือคนที่มองลึกแบบหมี จะเป็นคนละขั้วกับคนที่มองกว้างแบบอินทรี

เชื่อว่า...เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ 

ถ้าเป็นตัวเรา ลองคิดแบบไม่โกงตัวเอง 

ว่าเราเป็นคนบุคลิกประเภทไหนกันแน่



เสริมข้อมูลให้อีกนิด สัตว์ทั้ง 4 ประเภท แบ่งให้เป็น "ฐานแห่งการรับรู้" ได้เป็น 3 ฐานด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่ง แบ่งตามแกนสมอง 3 ก้อน ดังนี้

ฐานรับรู้ตัวแรก "ฐานร่างกาย" จับคู่กับ "สมองชั้นใน" เรียกว่าเป็นฐานสัญชาตญาณ
ใช้ตัวแทน
"กระทิง" ธาตุประจำตัวคือ ธาตุไฟ บุคลิกภาพเป็นคนที่มุ่งความสำเร็จเป็นตัวตั้ง เป็นผู้นำที่รักพวกพ้อง ไม่ชอบเห็นคนเสียเปรียบถูกรังแก

จุดอ่อนเป็นคนใจร้อน ต้องการผลเร็ว การทำงานมีข้ามขั้นตอน ทำให้ละเลยรายละเอียด ขาดความเป็นระบบ เก่งในการบุกเบิกเรื่องใหม่-อ่อนในการรักษาเรื่องเก่า มุ่งสู่ความสำเร็จมากไป จึงมองข้ามความรู้สึกผู้คน ดังนั้น คำพูดคำจาจึงทำร้ายคนอื่นได้เสมอ

ฐานตัวที่สอง คือ "สมองชั้นกลาง" 
เป็นธาตุน้ำ ใช้ตัวแทน "หนู" ซึ่งเป็นสัตว์ทิศใต้ บุคลิกจะมุ่งเน้นสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นมาก่อนงาน จับประเด็นไม่เก่ง แต่ใช้ฐานใจไปสัมผัสเรียนรู้เหตุการณ์ได้ดี จุดเด่นของหนู คือชอบรู้รักสามัคคี และมองความรู้สึกเป็นสิ่งมีค่า

จุดอ่อนใช้ฐานใจ ถ้ามากไปก็เป็นจุดอ่อนเพราะเมื่อรับรู้อารมณ์ความรู้สึกคนอื่นจะมีอารมณ์ร่วมโดยง่าย เปิดรับโดยไม่กลั่นกรอง ทำให้เป็นตัวของตัวเองน้อยไปจึงเปรียบได้กับทางสองแพร่ง ใจของหนู ถ้าใหญ่โตกว้างขวาง จะเป็นทะเล แต่ถ้าใจแคบ ก็จะเห็นแก่ตัว

ฐานตัวที่สาม คือ "สมองชั้นนอก" มี 2 ซีกซ้าย-ขวา แบ่งเป็น
"สมองชั้นนอกซีกซ้าย" ใช้ตัวแทน "หมี" ที่ยึดมั่นกับเหตุผลเป็นกฎเกณฑ์หลักจะเห็นว่าหมีเชื่องช้า หวงแหน ชอบอยู่ในอาณาเขตตัวเอง ไม่ชอบเปลี่ยนแปลง ชอบความมีระเบียบ ใช้ชีวิตและทำงานเป็นระบบ มีขั้นตอน ไม่ชอบคนไร้ระเบียบ ชอบอยู่กับงานมากกว่าอยู่กับคน ห้องทำงานของหมีจะเป็นระเบียบเรียบร้อย
จุดอ่อนของหมี ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ทำงานประจำได้ดี เสมอต้นเสมอปลาย งานที่อินทรีเป็นต้นคิด หากลงตัวแล้วมอบหมายให้หมีทำจะดำเนินไปได้ดี ผิดพลาดน้อย เพราะหมีลงรายละเอียดได้ดีกว่า

เคยเขียนไว้เรื่องWorm's Eye View ไว้เมื่อ 07 เมษายน 2558 by Siwaporn Traiphop
บางครั้งเรื่องเล็กน้อยพลิกตัวสะดุ้ง ดาวก็สะเทือน หลายปัญหาแสนเล็กน้อยกลับสร้างปัญหาใหญ่โต เพราะละเลย เพราะชะล่าใจ เพราะคิดว่าการเด็ดดอกไม้ ใยต้องกังวลว่าดาวจะสะเทือน  มองอย่างคนขี้กลัว คนหวาดระแวง มองอย่างเคารพต่อคำว่า ”ปัญหา”

สุดท้าย คือ "สมองชั้นนอกซีกขวา" ธาตุลม ใช้ตัวแทน "อินทรี"

ซึ่งทำรังในที่สูง บินสูง มองกว้างไกล ในเวลาที่คนอื่นสนใจรายละเอียดเฉพาะหน้า อินทรีจะถอยออกมามองภาพกว้าง เมื่อเผชิญเหตุการณ์ อินทรีจะไม่ลงมือกระทำทันที แต่จะเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อต้องการเห็นภาพรวม ชอบต่อจิ๊กซอว์ และเกิดการเรียนรู้แบบผุดบังเกิด
จุดอ่อนของอินทรี พอเข้าใจอะไรแล้วก็จะหมดสนุก จึงเป็นคนเบื่อง่าย ไม่สนใจรายละเอียด

คยเขียนไว้เรื่อง Bird's Eye View  ไว้เมื่อ 07 เมษายน 2558  by Siwaporn Traiphop บางปัญหามองเห็นภาพรวมได้ก็เพราะการมองจากมุมสูงการมองในมิติกว้าง เห็นได้ดีมากกว่าการจับจดมองเป็นจุดๆ เป็นส่วนๆ พร่ำเพ้อถึงความเสียหาย ฟุมฟายถึงองค์ประกอบที่เสียไป ทั้งที่เมื่อพาตัวเองลอยขึ้นเหนือปัญหาแล้วก้มมองลงมาจะพบว่า “เรามีสิ่งที่เหลืออยู่มากกว่าสิ่งที่สูญเสีย………..”

นชีวิตจริง คนเราทุกคนเริ่มต้นจากการเป็นกระทิง หรือเริ่มต้นจากการใช้สัญชาตญาณมาก่อน ต่อมาเมื่อผ่านประสบการณ์ทำงาน ประสบการณ์ชีวิต ทำให้เราถูกหล่อหลอมบุคลิกไปต่าง ๆ นานา และไม่จำเป็นว่าคน 1 คนจะต้องเป็นเพียงแค่กระทิง ป็นแค่หนู เป็นแค่หมี หรือเป็นแค่อินทรี เพราะเราทุกคนล้วนมีส่วนผสมของสัตว์สี่ทิศนี้อยู่ในตัว เพียงแต่เปอร์เซ็นต์บุคลิกประเภทไหนจะโดดเด่นมากกว่ากันในแต่ละช่วงเวลา

by Siwaporn Traiphop



วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ืัคนรัก

เคยไหม ที่จู่ ๆ ก็อยากร้องไห้ออกมา
ปล่อยให้น้ำตารินสายอย่างเงียบ ๆ แม้ในท่ามกลางผู้คน

ตอนนี้ ฉันเอง ก็ กำลังเศร้าในแบบอย่าง อย่างนั้นเหมือนกัน
..........

แม้ไม่ได้เศร้าจนร้องไห้ฟูมฟายออกมา เหมือนเมื่อครั้งก่อน
ครั้งที่คุณ เดินหายออกไปจากชีวิตอย่างเงียบเชียบ
โดยไม่ได้ทิ้งไว้ แม้คำ ร่ำลา หรือมีทีท่าว่าจะจากไป
ปล่อยให้ ฉัน จมจ่อมอยู่กับตัวเอง กอดตัวเองไว้-เพียงลำพัง
ไม่รู้เลยว่า การหายไปในครั้งนั้น เพราะอะไรทำให้ คุณ ต้อง ไป


ถึง แม้ ไม่มีคำตอบ ที่ คุณ จะตอบ
หรือ ไม่มีแม้ คำตอบ ที่ ฉันต้องตอบ
ผลลัพธ์ ก็ มีค่าเท่ากัน
..........

แล้วก็อย่างนิสัยแบบ ฉัน ที่ไม่พยายามจะสนใจมัน
แม้คำตอบที่ติดอยู่ในใจอย่างลึก มันก็ยัง . .. . อยากรู้อยู่ดี
แต่จะมีประโยชน์อะไรที่เราจะต้องมานั่งรื้อฟื้นเรื่องราวเก่า ๆ
ความรู้สึกร้าว ๆ ร้าย ๆ เหล่านั้น ให้มันเจ็บช้ำ ซ้ำ ตรงที่เดิม

ฉันปล่อย

ฉันปล่อยให้ทุกอย่างมันเลือนหายไป ให้มันจบตามฤดูกาล
คล้ายปฏิทินของเดือนนั้น ที่ถูกฉีกขาด .. มันก็ไม่มีอีกแล้ว
..........

ความคิดถึงของฉัน ความรักของฉัน
ทุกอย่างก็ยังเป็นของฉัน ..

แม้มันจะจบลง และแม้คุณจะไม่ต้องการ
หรือแม้แต่คุณ จะ ไม่อยาก เหลียวแลมัน
ทุกอย่างก็ยัง เป็น ของฉัน ..

ที่ทางเดิม ๆ ความคิดเดิม ๆ รอยเท้าเดิม ๆ
ไม่มีใครทำให้มันสูญหายไป แม้แต่คุณ



ฉันเขียนความคิด เอาไว้ตรงนี้ วางไว้ตรงนี้
ในที่ทางของมัน ที่จะอยู่อย่างนี้ ตลอดไปอย่างยาวนาน
ฉันไม่ลบทิ้ง ฉันไม่ขีดทิ้ง และฉันก็จะไม่หนีหายไป
อย่างที่คุณชอบจะทำ


ศิลปะในการใช้ชีวิตที่คุณว่า ..
การเดินหายไปจากชีวิตใครสักคนโดยไม่ให้เขารู้
ฉันว่า ..


แม้ในวันนี้ ฉัน จะไม่ได้ร้องไห้ หรือปล่อยให้น้ำตารินสายอย่างเคย
แต่ในความรู้สึกแล้ว การร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา สะอื้นลึก เจ็บอกยิ่งกว่า

หากวันนี้ คุณเอ่ยปากว่าจะลา .. ฉันก็จะพยามยามทำความเข้าใจ


แม้ ครั้งนี้ ฉันไม่ได้ถูก หนามกุหลาบบาดมือ
แต่ฉัน ก็ กำลังรู้สึกว่า ยางของลั่นทมกำลัง กัดกินใจ ..


ความคิดของคุณ ก็คงเป็นของคุณ
ความคิดของฉันมันก็ เป็นของฉัน
ไม่มีใครห้ามได้ ถ้าคุณจะคิดเอาเองอย่างนั้น
และไม่มีใครห้ามได้ ถ้าฉันจะคิดเหมาเหมือนกัน

คนเรา - คิด ในทางร้าย ง่ายกว่าทางดี


มีประโยชน์อะไรอีกเล่า ถ้าเรามัวแต่มานั่งทิ่มแทง กรีดแขนกัน
บาดแผลที่ได้รับจากคนอื่น ยังเจ็บช้ำ ไม่พออีกใช่ไหม
คุณเข้ามาตรงนี้ได้อย่างไร ฉันไม่รู้ และจะอยู่ตรงนี้อีกไหม ก็ไม่แน่ใจ
แต่อย่างที่อยากให้รู้ และอยากให้เข้าใจ ฉันไม่เคยทำร้ายคุณ

ก่อนคุณจะ คิด ไปไหน-ไหน ได้โปรด ถามฉันสักคำ ก่อน
ได้ไหม ได้โปรดเถอะ ..


ถ้าที่ผ่านมา
ไม่อาจทำให้คุณมั่นใจได้ .. ไม่อาจจะทำให้คุณเชื่อใจได้
บอกคำว่ารักให้ตาย มันก็แค่ คำพูดลอยลม


แม้คุณจะเดินเข้ามาอีกครั้ง หรือจะอยากจากไปอีกสักกี่ครั้ง
พื้นที่ในชีวิตฉัน ส่วนหนึ่งมันก็ คือ คุณ
จะรับไว้ หรือฉีกทิ้ง จะมองมา หรือไม่เลย

รู้ไม่ใช่หรือว่าอย่างไร ฉันก็ตามแต่ใจคุณ เสมอไป


ฉันไม่ได้ถูก หนามกุหลาบบาดมือ
แต่ก็ กำลังรู้สึกว่า ยางของลั่นทมกัดกินใจ