วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เมื่อไหร่จะจำ

ฉันคิดถึงเธอ เลยเผลอกดเบอร์โทรไป
ไม่เข้าใจทำไมถึงทำอย่างนี้ ก็เรานั้นเลิกกัน
และเธอก็มีคนใหม่ ขอโทษที่โทรไป
ทำให้เธอกับเขามีปัญหา

เมื่อไหร่จะจำว่าไม่มีเธอ
เมื่อไหร่จะยอมรับว่าเธอนั้นรักใคร
อย่าไปรบกวนชีวิตของเขา เธอมีความสุขแล้ว
แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่
เมื่อไหร่จะพอ
พอกับความรัก ที่มีต่อเธอ
ก็รู้หวนคืนไม่ได้ ดีที่สุดแล้วที่เคยรักกัน
ขอบคุณเธอที่ทำให้รู้รักเป็นยังไง

ฉันคิดถึงเธอ อยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไร
ให้แน่ใจว่าดีกว่าอยู่กับฉัน
แค่อยากได้ยินเสียงเธอ คนที่เคยรักกัน
ก็แค่นั้น บอกเขาว่าฉันไม่มีอะไร

เมื่อไหร่จะจำว่าไม่มีเธอ
เมื่อไหร่จะยอมรับว่าเธอนั้นรักใคร
อย่าไปรบกวนชีวิตของเขา เธอมีความสุขแล้ว
แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่
เมื่อไหร่จะพอ
พอกับความรัก ที่มีต่อเธอ
ก็รู้หวนคืนไม่ได้ ดีที่สุดแล้วที่เคยรักกัน
ขอบคุณเธอที่ทำให้รู้รักเป็นยังไง

ลืมเธอซะที ลืมเธอซะทีได้ไหม
ลืมเธอซะที ลบเธอออกไปจากใจ

ก็ลืมเธอซะที ลืมเธอซะทีได้ไหม
ลืมเธอซะที ลบเธอออกไปจากใจ

เมื่อไหร่จะจำว่าไม่มีเธอ
เมื่อไหร่จะยอมรับว่าเธอนั้นรักใคร
อย่าไปรบกวนชีวิตของเขา เธอมีความสุขแล้ว
แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่
เมื่อไหร่จะพอ
พอกับความรัก ที่มีต่อเธอ
ก็รู้หวนคืนไม่ได้ ดีที่สุดแล้วที่เคยรักกัน
ขอบคุณเธอที่ทำให้รู้รักเป็นยังไง

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พูดมาแล้วจะร้องไห้ เมื่อมีใครเขาถามถึงเธอ

พูดมาแล้วจะร้องไห้ เมื่อมีใครเขาถามถึงเธอ
พูดไปแล้วน้ำตาเอ่อ ก็ไม่อยากจะเจอหน้าใคร

* ต้องตอบซ้ำซ้ำว่าเธอนั้นทิ้งไปมีใหม่
ต้องเจ็บซ้ำซ้ำในคำคำนี้อยู่ร่ำไป
คนใจร้ายคนโกหก คนโลเลไม่เคยจำสัญญา

** บอกว่ารักแค่เพียงลมปาก ฝากแผลใจให้มีน้ำตา
คนทั้งคนหรือเห็นเป็น หมาตัวหนึ่งที่รักเธอ
หลอกให้รักให้หลงงมงาย เจ็บเกือบตายนอนซมละเมอ
พูดไปแล้ว น้ำตาเอ่อ มันอยากจะลืม ลืมเธอสักที

อยากจะหลบไปให้ไกล ไม่อยากเจอคนรู้จักเรา
จากร่าเริงเป็นคนเศร้า เรื่องน้ำเน่าเล่าไปก็อาย

( ซ้ำ * , ** )

ใครเป็นไงไม่รู้ ดูใจคนไม่เป็น น้ำตาสาดกระเด็นเท่าไร
คนมันไม่มีใจ เราก็โง่เกินไป ซมซานกลับมาเลียแผลใจ
เกิดมาไม่เคยรักใครเท่าเธอ ต้องมาเจอะ ต้องมาเจอใช้เวร

บอกว่ารักแค่เพียงลมปาก ฝากแผลใจให้มีน้ำตา
คนทั้งคนหรือเห็นเป็นหมาตัวหนึ่งที่รักเธอ
หลอกให้รักให้หลงงมงาย เจ็บเกือบตายนอนซมละเมอ
พูดไปแล้ว น้ำตาเอ่อ มันอยากจะลืม 

( ซ้ำ ** )

ลืมเธอซักที

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันที่บ่มีอ้าย

ในวันที่หัวใจอ่อนล้า อ่อนแรง หาบทความดีอ่านกันนะค่ะ



บทความโดย - Barrie Davenport แปลโดย - สุนทรี ปานนิลวงศ์
อเสนอแนะที่จะทำให้คุณรู้จักรักตัวเอง
       
       1. กำหนดนิยามของ “คุณค่า” ที่คุณต้องการ (Define worthiness for yourself) 
       
       ขอให้คุณตรวจสอบค่านิยมหรือหลักการของตนเอง คิดถึงสิ่งที่คุณคิดว่าถูกต้อง และระบุให้ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่คุณเชื่อ บุคคลประเภทไหนที่คุณอยากเป็น และคุณต้องการใช้ชีวิตอย่างไร (ต้องเป็นสิ่งที่ทำได้และเป็นจริงได้เท่านั้น) จากนั้นให้สร้างระบบปฏิบัติการส่วนตัวสำหรับชีวิตของคุณ โดยไม่ต้องสนใจกับสิ่งที่คนอื่นคิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณ
       
       2. ตระหนักรู้ในความคิดของตัวเอง (Become aware of your thoughts) 
       
       ขอให้คุณเริ่มต้นโดยการให้ความสนใจกับความคิดของตัวเอง และพยายามทบทวนว่าคุณมีความคิดเชิงลบเกี่ยวกับตัวเองบ่อยครั้งหรือไม่ การตระหนักรู้แบบนี้จะทำให้คุณหลุดพ้นจากความคิดแม้เพียง 2-3 นาที ทั้งนี้ คุณต้องพยายามลดทอนความคิดในเชิงลบด้วยการรู้จักกับตัวตนของมัน โดยคุณอาจพูดกับตัวเองว่า “เราคิดในเชิงลบอีกแล้ว ดูสิว่ามันกำลังทำอะไรกับเราอยู่”
       
       3. กลั่นกรองการรับรู้ (Filter your perceptions) 
       
       เมื่อคุณรู้จักรูปแบบความคิดของคุณมากขึ้นแล้ว ขอให้คุณเริ่มกลั่นกรองความคิดของคุณโดยการพิจารณาความเป็นจริง จงถามตัวเองว่า “ความคิดของฉันมันเป็นจริงหรือไม่? มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือเป็นแค่เพียงการรับรู้ความจริงเท่านั้น?” ขอให้คุณพยายามท้าทายความรู้สึกในเชิงลบ และหาเหตุผลที่จะมาโต้แย้งกับความคิดเชิงลบเหล่านั้น จงทำในสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายการยึดติดกับความเชื่อที่ทำให้คุณจำกัดตัวเอง
       
       4. สร้างสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ (Create new environments) 
       
       ถ้าสภาวะแวดล้อมหรือสถานการณ์ใดๆ มีส่วนทำให้คุณรู้สึกด้อยคุณค่า คุณต้องเปลี่ยนสภาวะแวดล้อมเช่นนั้น โดยการนำตนเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้คุณรู้สึกประสบผลสำเร็จ ได้รับการยอมรับ และมีความสุขให้บ่อยขึ้น คุณต้องพยายามใช้จุดแข็งของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่คุณถนัดมากกว่าการดิ้นรนทำในสิ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่และตกต่ำลง
       
       5. คบกับคนที่ทำให้คุณดีขึ้น (Find the right tribe)
       
       ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มของคนที่ชอบวิจารณ์และตัดสินผู้อื่น มันจะยิ่งตอกย้ำให้คุณรู้สึกด้อยค่า ดังนั้น ขอให้คุณคบกับเพื่อนที่พร้อมให้กำลังใจ แสดงความห่วงใย สนุกสนาน และอยู่ด้วยแล้วมีความสุข คุณควรเลิกคบกับคนที่ทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อย เป็นพวกชอบควบคุม หรือปฏิบัติกับคุณแบบแย่ๆ ใช่ ! มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำแบบนี้ แต่การเลิกคบเพื่อนที่ไม่ดีแบบนี้เพียงหนึ่งคนจะส่งผลให้ความรู้สึกของคุณดีขึ้นอย่างมากมายในแต่ละวัน
       
       6. พยายามฝึกการมองโลกในแง่ดี (Practice realistic optimism)
       
       ถ้าคุณไม่เชื่อว่าคุณเป็นที่ชื่นชอบ และเชื่อว่าการคิดเช่นนั้นเป็นเรื่องที่ผิด แทนที่คุณจะพูดถึงตัวเองแบบนั้น ขอให้คุณพยายามพูดกับตัวเองด้วยคำพูดในเชิงบวกจะดีกว่า ตัวอย่างเช่น คุณอาจพูดว่า “วันนี้ ฉันอาจจะทำงานไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ แต่ฉันรู้ดีว่าฉันสามารถแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นและมันทำให้ฉันรู้สึกดี” คิดอยู่เสมอว่าการแก้ไขปรับปรุงเป็นเรื่องที่ทำได้เสมอ และมันจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้นให้กับตัวคุณ
       
       7. เรียนรู้ที่จะยอมรับ (Learn the power of acceptance)
       
       บางครั้งคุณอาจรู้สึกไม่ชอบหน้าตาหรือร่างกายของตัวเอง หรือบางทีคุณดูเป็นคนที่ไม่ร่าเริงหรือน่าสนใจในสายตาของผู้อื่น และเมื่อคุณเห็นคนอื่น คุณก็คิดปรารถนาที่จะเป็นเหมือนพวกเขาเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริง หลายสิ่งในชีวิตมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ คุณมีทางเลือกระหว่างการดิ้นรนเพื่อเป็นเหมือนพวกเขา หรือเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน และหากคุณยอมรับมันได้ คุณก็จะมีพลังงานเหลือเพียงพอที่จะไปทำสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์มากขึ้น วิธีที่จะฝึกการยอมรับให้ได้ผล คือการเผชิญหน้ากับข้อบกพร่องของคุณอย่างตรงไปตรงมา และพยายามผ่อนคลายจิตใจของตนเองให้มากขึ้น
       
       8. เปลี่ยนแปลงในสิ่งที่คุณทำได้ (Change what you can)
       
       ขอให้คุณทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม ทางเลือกและการกระทำใดๆ ที่จะทำให้คุณรู้สึกรักตัวเองให้มากขึ้น แต่คุณต้องจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงภายนอกเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้คุณชื่นชมตัวเองเพิ่มขึ้นมากนัก คุณจะรู้สึกดีมากขึ้นหากคุณจะลงมือกระทำสิ่งใดๆ ที่จะส่งผลต่อความคิดและความเชื่อของคุณ
       
       9. ภูมิใจกับความแตกต่างหรือเอกลักษณ์ในตัวคุณ (Celebrate your differences)
       
       ในบางครั้ง สิ่งที่เรารู้สึกไม่ชอบใจเกี่ยวกับตัวเองอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในสายตาผู้อื่นก็ได้ ถ้าคุณเป็นแกะดำของครอบครัว คุณอาจเชื่อว่าคุณดูแปลกไม่เหมือนคนอื่น แต่เมื่อคุณเติบโตขึ้น คนอื่นอาจมองว่าคุณมีบุคลิกภาพหรือมีวิถีชิวิตที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ดึงดูด ดังนั้น อย่าดิ้นรนที่จะเปลี่ยนแปลง แต่จงภูมิใจในเอกลักษณ์ของเรา
       
       10. หมั่นฝึกความกตัญญูหรือการซาบซึ้งในพระคุณของผู้อื่น (Practice gratitude)
       
       ในเวลาที่คุณคิดกับตัวเองในเชิงลบ ขอให้เปลี่ยนหรือหักเหความสนใจไปสู่สิ่งที่ทำให้คุณซาบซึ้งใจ คุณอาจจะจดบันทึกทุกเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกซาบซึ้งใจ จากที่สำคัญน้อยและไปจนถึงสำคัญมากที่สุด แต่อย่าเพียงแค่จดเนื้อหาเพียงย่อๆ แต่ขอให้ดูรายละเอียดของแต่ละเรื่องและคิดว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรหากไม่เกิดเรื่องเหล่านี้ มีผลการศึกษาที่พิสูจน์ชัดว่าการฝึกความกตัญญูหรือการซาบซึ้งในพระคุณของผู้อื่นจะทำให้คุณมีมุมมองกับชีวิตในเชิงบวกและมีความสุขมากขึ้น
       
       11. รู้จักแสดงความเห็นอกเห็นใจในตัวเอง (Show compassion for yourself)
       
       คุณต้องหัดเสแสร้งว่าคุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง และรู้จักที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจตนเองเหมือนกับที่คุณทำกับคนอื่นๆ แทนที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกต่ำต้อย คุณต้องใช้คำพูดที่กระตุ้นและให้กำลังใจแก่ตนเอง คุณต้องคิดอยู่เสมอว่าคุณสมควรที่จะได้รับความมีน้ำใจเช่นเดียวกับคนอื่น ดังนั้น คุณต้องปฏิบัติกับตัวเองดีๆ เช่นกัน
       
       12. เรียนรู้ที่จะใช้ทักษการสื่อสารที่ชาญฉลาด (Learn healthy communication skills)
       
       การที่คุณสามารถสื่อสารถึงความรู้สึกและความกลัวของตัวเองแบบมีวุฒิภาวะ ไม่เผชิญหน้ารุนแรง และในแบบที่ชาญฉลาดจะส่งผลต่อความนับถือในตัวคุณ อีกทั้งยังช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณกับผู้อื่นดีขึ้นด้วย คนทุกคนมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่มั่นคง แต่แทนที่จะซ่อนหรือลดทอนสิ่งเหล่านี้ลง คุณควรพยายามปรับปรุงสภาวะทางอารมณ์เพื่อลดปฏิกิริยาตอบโต้และสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น
       
       13. พอใจที่จะสร้างขอบเขตของตัวคุณ (Be willing to set boundaries)
       
       เมื่อใดที่คุณไม่รักตัวเอง มันหมายถึงการอนุญาตให้คนอื่นเอาเปรียบตัวคุณ บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะเราไม่เคยที่จะกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างสิ่งที่คุณต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติกับคุณกับสิ่งที่คุณไม่ต้องการ การทำแบบนี้อาจดูยากหากคุณปล่อยให้ผู้อื่นทำเช่นนี้จนเคยชิน ดังนั้น ขอให้คุณเริ่มบอกถึงขอบเขตของคุณและพยายามที่จะฝึกการอยู่ในขอบเขตนั้นอย่างแน่วแน่
       
       14. รู้จักพูดเพื่อตัวเอง (Speak up for yourself)
       
       ส่วนหนึ่งในการสร้างและปฏิบัติตัวภายในขอบเขตของตัวคุณคือการรู้จักที่จะพูดเพื่อตัวเอง ถ้าใครพูดหรือทำสิ่งใดที่คุณไม่ชอบ หรือคุณมีความเห็นที่ต้องปิดบังเพราะอาจทำให้คนอื่นกลัวหรือโกรธ คุณต้องพยายามก้าวข้าม “เขตสบาย” (comfort zone) ของตัวเองและกล้าพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจของคุณออกมา คุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสบายๆ แต่แน่วแน่ ถึงแม้ว่าจะต้องฝืนใจเสแสร้งทำมันในตอนแรกๆ ก็ตาม
       
       15. ดูแลและใส่ใจตัวเอง (Take care of yourself)
       
       คุณควรแสดงความรักและเห็นอกเห็นใจในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติกับร่างกาย จิตใจ หรือแม้แต่อารมณ์ โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไปพบแพทย์ ดูแลความสะอาดของร่างกาย และหาวิธีที่จะกระตุ้นจิตใจให้สงบเงียบและสบาย เมื่อคุณทำสิ่งเหล่านี้กับตัวเองเหมือนกับที่ปฏิบัติกับผู้อื่น คุณก็จะรู้สึกมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
       
       16. พยายามทำในสิ่งที่รัก (Find your passion)
       
       เมื่อคุณพบบางอย่างที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นงานหรือแม้แต่งานอดิเรก คุณจะพบว่าชีวิตต้องการอะไร การได้ทำในสิ่งที่รักทำให้คุณยินดีตื่นแต่เช้าและกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งเหล่านั้นด้วยทักษะและความถนัดที่คุณมีอยู่ และมันจะนำไปสู่การยอมรับในตัวเองโดยที่คุณไม่ต้องเสแสร้งเป็นในสิ่งที่คุณไม่ได้เป็น
       
       17. ทำตัวให้ง่ายและสมดุล (Simplify and create balance)
       
       ชีวิตที่ยุ่งเหยิง สับสน และเร่งรีบล้วนแต่ดูดพลังงานและทำให้คุณเหนื่อยล้า คุณต้องคิดว่าสมดุลชีวิตที่ต้องการเป็นอย่างไร และเริ่มที่จะตัดทิ้งงานหรือภาระผูกพันใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตของคุณออกไปบ้าง เพื่อที่จะทำให้คุณมีช่องว่างหรือมีอากาศหายใจพอที่จะทำสิ่งที่คุณรัก ทำงานเพื่อตัวเอง และสามารถจัดสรรเวลาและพลังงานได้ดีขึ้น การปล่อยให้ตัวเองมีช่องว่างบ้างถือเป็นวิธีหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าคุณรักตัวเอง
       
       18. จัดการกับบาดแผลหรือสิ่งที่ทำให้บาดเจ็บในอดีต (Deal with past wounds) 
       
       ถ้ามีอะไรในวัยเด็กหรือในอดีตที่ผ่านมาที่ส่งผลกระทบต่อความนับถือในตัวเองของคุณ หรือเป็นข้อจำกัดต่อการรักตัวเอง ขอให้คุณพยายามหาวิธีการที่จะรักษาบาดแผลเหล่านั้น โดยคุณอาจคุยกับที่ปรึกษาที่สามารถช่วยเหลือให้คุณค้นพบถึงอดีตที่เจ็บปวด และร่วมมือกันหาวิธีที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณและผู้อื่นให้ดีขึ้น
       
       19. ฝึกฝนการให้อภัย (Practice forgiveness)
       
       คุณจะรักตัวเองได้ก็ต่อเมื่อคุณรู้จักที่จะให้อภัยตัวเองและผู้อื่นที่ทำให้คุณเสียใจ การให้อภัยตัวเองก็เหมือนกับการที่คุณให้อภัยคนที่คุณรักโดยไม่รู้สึกฝืนใจและทำด้วยความเห็นอกเห็นใจ การตอกย้ำตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ขอเพียงแค่คุณทำในสิ่งที่ควรทำเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิด ยึดมั่นในความดีงาม ส่วนผลลัพท์จะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยมันไป และถ้ามีใครทำให้คุณเจ็บ ก็รู้จักให้อภัยแก่พวกเขาถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ร้องขอ การรู้จักให้อภัยเป็นก้าวสำคัญสำหรับความนับถือตัวเอง และสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
       
       20. แสดงให้ผู้อื่นเห็นถึงความรักที่คุณต้องการ (Show the love you want to others) 
       
       ถ้าคุณอยากได้ความรัก คุณต้องเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และปฏิบัติกับผู้อื่นในแบบเดียวกัน อย่าพยายามให้ความรักเพียงแค่ต้องการทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกว่าเรามีคุณค่า หรือแค่เพียงหวังสิ่งตอบแทน คุณต้องให้ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขโดยไม่คาดหวัง ยิ่งคุณสามารถรักผู้อื่นได้อย่างใจกว้างมากเท่าใด คุณก็จะมีความรักให้กับตัวเองมากเท่านั้น
       
       การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองเป็นกระบวนการ เมื่อคุณเริ่มไว้ใจตัวเอง และกำหนดความต้องการและความปรารถนาของตนเองได้แล้ว คุณจะต้องการเหตุผลและการสนับสนุนจากคนอื่นน้อยลง คุณต้องสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อและความปรารถนาที่แท้จริงของตนเอง และมันจะนำคุณไปสู่ความมีคุณค่าและการเป็นที่รักได้อย่างยั่งยืน
       
       ด้วยความพยายามที่เต็มไปด้วยการเอาใจใส่และการเปลี่ยนทัศนคติ คุณจะพบว่าคุณสามารถนับถือตัวเองและควรค่าแก่การได้รับความรักของตนเอง
       
       “คุณมีค่าคู่ควรที่จะได้รับความรักและความชื่นชอบเหมือนกับคนอื่นๆ ในโลกนี้” (You yourself, as much as anybody in the entire universe, deserve your love and affection)
       
       ~Buddha 
โดย ผู้จัดการ Online http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9580000041294

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

แบ่งปันกับใคร

ณ ร้านข้าวต้มในคืนหนึ่ง คนสองคนกับบทสนทนาแสนอันเรียบง่ายตามประสาคนคุ้นเคย
บลา บลา ๆๆๆๆๆๆ
ประโยคหนึ่งกล่าวว่า
เค้า!!!!  อืมมมมม นะ.....อยากมีบ้านปูนเปื่อยสวยๆ ติดภูเขา ไว้นั่งจิบกาแฟ ฟังเสียงนกในยามเช้า
แต่สะดุดตรงคำถาม แล้วคุณจะนั่งดื่มกาแฟกับใคร??? ใช่สิ+++!!!!  ชีวิตจะแบ่งปันกับใคร??
คุณรู้ตัวไหมว่า คุณเป็นคนโชคดี 
มีผู้คนมากมายรายล้อม และพร้อมจะยอมให้ ให้ อยู่เสมอ
ร้อยคนที่เจอะเจอ พันคนที่อยากจะทำ ทำเพื่อคุณ
ใช่ไหม คุณรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่ว่าคุณยื่นมือออกไปเมื่อไหร่ก็เจอ 
เวลาที่มีความสุขใจ ใครเล่าที่เราคิดถึงก่อน?
เวลาที่มีเรื่องทุกข์ใจ ใครกันเล่าที่เราคิดถึงก่อน?
ชีวิตคนเรามีทุกข์มากกว่าสุข 
เวลามีความสุข มีคนมากมายที่พร้อมจะแบ่งปันความสุข 
ไม่เพียงแต่เฉพาะคนรัก กระทั่งเราเองยังสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้
แต่ไม่ใช่จะทุกคน ที่พร้อมจะแบ่งปันความทุกข์ของเรา
ใคร คือ คนที่พร้อมแบ่งปันความทุกข์กับเราด้วย
.............
ในเวลาที่มีความทุกข์เศร้า เราคิดแบ่งปันกับใคร?
ในช่วงชีวิตหนึ่ง .. เราจะมีใครบางไหมนะ
ใครบางคนที่ต่อกันติดแม้ไม่ต้องสบตา
ใครบางคนที่แม้ไม่ต้องเอ่ยวาจา ก็รู้ว่าต้องการสิ่งไหน
ใครบางคนที่ไม่เคยเอ่ยปากว่ารัก ก็รู้ใจ
ใครบางคนที่หันหลังไปพันครั้ง ก็ยังไม่เคยเกลียดเลย

เขียน 11 May 2015